หลายบ้านยุคนี้มีอุปกรณ์ที่ต้องต่อสาย LAN เยอะขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สมาร์ททีวี เครื่องเล่นเกม กล้องวงจรปิด หรือแม้แต่เครื่องปริ้นเตอร์สำนักงาน แต่พอหันไปดูด้านหลังเราเตอร์ กลับพบว่ามีพอร์ต LAN ให้เสียบแค่ 4 ช่องเท่านั้น เสียบไปได้ไม่กี่เครื่องก็เต็มแล้ว จนต้องมานั่งคิดว่าจะเอาอุปกรณ์ที่เหลือไปต่อตรงไหนดี หลายคนแก้ปัญหาด้วยการถอดสายนี้เสียบสายนั้นสลับไปมา ซึ่งไม่สะดวกเลยสำหรับการใช้งานจริง บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ Switch Hub ตัวช่วยที่จะมาแก้ปัญหานี้ให้จบในงบไม่กี่ร้อยบาท
ทำไมพอร์ต LAN ที่เราเตอร์ถึงมีจำกัด
เราเตอร์ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแจกมาให้ หรือที่ซื้อมาใช้เองทั่วไป ส่วนใหญ่ออกแบบมาให้มีพอร์ต LAN เพียง 4 ช่องเป็นมาตรฐาน เนื่องจากเราเตอร์ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่หลักในการกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั้งแบบมีสายและไร้สาย ไม่ได้เน้นเรื่องจำนวนพอร์ตเชื่อมต่อเป็นหลัก เมื่อบ้านหรือออฟฟิศมีอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อสาย LAN มากกว่า 4 ชิ้น พอร์ตที่มีอยู่จึงไม่เพียงพอต่อการใช้งานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Switch Hub คืออะไร เข้าใจง่ายๆ ในไม่กี่บรรทัด
ลองนึกภาพปลั๊กไฟที่บ้าน ถ้าปลั๊กผนังมีอยู่แค่ช่องเดียว แต่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเสียบพร้อมกันหลายเครื่อง เราก็ใช้ปลั๊กพ่วงมาเสียบเพิ่มช่องให้พอกับความต้องการ Switch Hub ก็ทำหน้าที่คล้ายกันนี้เป๊ะ แต่เป็นปลั๊กพ่วงสำหรับสายแลนแทนที่จะเป็นสายไฟ
พูดง่ายๆ คือ Switch Hub เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพิ่มจำนวนพอร์ต LAN ให้มากขึ้น โดยรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตมาจากเราเตอร์ผ่านสาย LAN เส้นเดียว แล้วกระจายสัญญาณนั้นออกไปยังหลายพอร์ตเพื่อให้เสียบอุปกรณ์ได้มากขึ้น เช่น Switch Hub ขนาด 8 พอร์ต ก็สามารถต่ออุปกรณ์เพิ่มได้สูงสุดถึง 8 ชิ้นจากสาย LAN เส้นเดียวที่ดึงมาจากเราเตอร์
หลักการทำงานของ Switch Hub แบบเข้าใจง่าย
เมื่อเสียบสาย LAN จากเราเตอร์เข้าพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งของ Switch Hub แล้ว ตัว Switch Hub จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยรับส่งข้อมูลระหว่างเราเตอร์กับอุปกรณ์ทุกตัวที่เสียบอยู่กับมัน เปรียบเสมือนแยกสายไฟออกมาจากปลั๊กพ่วงไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละเครื่อง ทุกอุปกรณ์ที่เสียบกับ Switch Hub จะได้รับสัญญาณอินเทอร์เน็ตเหมือนกับเสียบตรงกับเราเตอร์โดยตรงทุกประการ เพียงแต่ต้องแบ่งความเร็วรวมของสายหลักที่ดึงมาจากเราเตอร์ไปใช้งานร่วมกัน
ข้อดีของการเชื่อมต่อผ่านสาย LAN คือความเร็วและความเสถียรที่สูงกว่าการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi มาก โดยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการความเสถียรสูงอย่างกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพตลอดเวลา หรือเครื่องเล่นเกมที่ต้องการความหน่วงต่ำที่สุด การต่อผ่านสาย LAN จึงมักให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าการต่อผ่าน Wi-Fi อย่างชัดเจน
ใครบ้างที่ควรมี Switch Hub ไว้ใช้งาน
บ้านที่มีอุปกรณ์หลายชิ้นต้องการความเสถียรของสาย LAN
หากที่บ้านมีทั้งสมาร์ททีวีที่ใช้ดูสตรีมมิงเป็นประจำ เครื่องเล่นเกมที่ต้องการความหน่วงต่ำ และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ใช้ทำงาน การต่อทุกเครื่องผ่านสาย LAN แทนการพึ่งพา Wi-Fi เพียงอย่างเดียวจะช่วยให้การใช้งานลื่นไหลและเสถียรกว่ามาก โดยเฉพาะเมื่อสมาชิกในบ้านหลายคนใช้งานอินเทอร์เน็ตพร้อมกัน
บ้านหรือออฟฟิศที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายตัว
กล้องวงจรปิดที่ใช้ระบบ IP Camera ส่วนใหญ่ต้องการการเชื่อมต่อผ่านสาย LAN เพื่อความเสถียรในการบันทึกภาพและส่งข้อมูลไปยังเครื่องบันทึก หากติดตั้งกล้องหลายจุดพร้อมกัน Switch Hub จะเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่ช่วยรวมสัญญาณจากกล้องทุกตัวเข้าสู่ระบบเครือข่ายได้อย่างเป็นระเบียบ
ออฟฟิศขนาดเล็กที่มีคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์หลายเครื่อง
สำนักงานขนาดเล็กที่มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง เครื่องพิมพ์เครือข่าย และอุปกรณ์สำนักงานอื่นๆ ที่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตพร้อมกัน การมี Switch Hub ช่วยให้จัดการระบบเครือข่ายได้เป็นระเบียบกว่าการใช้ Wi-Fi เพียงอย่างเดียว และยังช่วยลดภาระความหนาแน่นของสัญญาณไร้สายในออฟฟิศได้ด้วย
เลือกซื้อ Switch Hub อย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน
นับจำนวนพอร์ตที่ต้องการให้เผื่ออนาคต
ก่อนซื้อควรนับจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อทั้งหมดในปัจจุบัน แล้วเผื่อพอร์ตเพิ่มอีกสักสองสามช่องสำหรับอุปกรณ์ที่อาจเพิ่มเข้ามาในอนาคต Switch Hub มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 5 พอร์ต 8 พอร์ต ไปจนถึง 16 หรือ 24 พอร์ตสำหรับการใช้งานระดับออฟฟิศ การเลือกขนาดที่เผื่อไว้พอดีจะช่วยประหยัดเงินโดยไม่ต้องซื้อใหม่เร็วเกินไป
เช็กความเร็วที่ Switch Hub รองรับ
ควรตรวจสอบว่า Switch Hub ที่เลือกรองรับความเร็วเท่าใด โดยทั่วไปมีทั้งรุ่นที่รองรับความเร็ว 100Mbps และรุ่นที่รองรับ Gigabit หรือ 1000Mbps หากใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่แล้ว ควรเลือก Switch Hub แบบ Gigabit เพื่อไม่ให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตถูกจำกัดจากตัว Switch Hub เอง
พิจารณาว่าต้องการ Managed หรือ Unmanaged Switch
สำหรับการใช้งานทั่วไปในบ้านหรือออฟฟิศขนาดเล็ก Switch Hub แบบ Unmanaged ซึ่งเสียบปุ๊บใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ ก็เพียงพอต่อความต้องการแล้ว เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการตั้งค่าระบบเครือข่าย ส่วน Managed Switch ที่มีฟังก์ชันการจัดการขั้นสูงมักเหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการควบคุมระบบเครือข่ายอย่างละเอียดมากกว่า
วิธีติดตั้ง Switch Hub ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
การติดตั้ง Switch Hub ทำได้ง่ายมากแม้ไม่มีความรู้ด้านเทคนิค เพียงนำสาย LAN เส้นหนึ่งเสียบจากพอร์ต LAN ที่เหลือของเราเตอร์เข้ากับพอร์ตใดก็ได้ของ Switch Hub จากนั้นเสียบสาย LAN จากอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อ เช่น สมาร์ททีวีหรือเครื่องเล่นเกม เข้ากับพอร์ตที่เหลือของ Switch Hub เพียงเท่านี้อุปกรณ์ทุกตัวก็จะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มเติม สำหรับ Switch Hub แบบ Unmanaged ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กไฟแยกต่างหากด้วยซ้ำ เนื่องจากบางรุ่นออกแบบมาให้มีอะแดปเตอร์ไฟในตัวที่เรียบง่ายไม่ยุ่งยาก
เลือกซื้อ Switch Hub ที่เหมาะกับบ้านหรือออฟฟิศของคุณ
หากกำลังเจอปัญหาพอร์ต LAN ไม่พอเสียบอุปกรณ์เหมือนที่กล่าวมา การลงทุนซื้อ Switch Hub สักตัวในราคาไม่กี่ร้อยถึงพันกว่าบาทจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างถาวร โดยไม่ต้องมานั่งถอดสลับสายไปมาให้ยุ่งยากอีกต่อไป ทาง DD.IT.COM มีจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายหลากหลายขนาดและยี่ห้อ ครอบคลุมทั้ง Switch Hub สำหรับใช้งานในบ้านไปจนถึงรุ่นสำหรับออฟฟิศที่ต้องการพอร์ตจำนวนมาก สามารถเลือกดูตามจำนวนพอร์ตและความเร็วที่ต้องการได้ตามความเหมาะสมกับจำนวนอุปกรณ์ที่มี
สรุป
ปัญหาพอร์ต LAN ไม่พอเสียบอุปกรณ์เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในยุคที่บ้านแต่ละหลังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ Switch Hub เป็นทางออกที่ง่ายและราคาประหยัดที่สุด ทำหน้าที่เหมือนปลั๊กพ่วงสำหรับสายแลนที่ช่วยเพิ่มจำนวนพอร์ตให้เพียงพอกับความต้องการ โดยไม่ลดทอนความเร็วหรือความเสถียรของการเชื่อมต่อ เพียงเลือกขนาดพอร์ตและความเร็วให้เหมาะกับจำนวนอุปกรณ์และการใช้งาน ก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างถาวรในงบประมาณที่ไม่สูงมาก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: Switch Hub ทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตช้าลงหรือไม่?
A: โดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบมากครับ หากเลือก Switch Hub ที่รองรับความเร็ว Gigabit และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานไม่เกินขีดจำกัดของสาย LAN หลักที่ต่อมาจากเราเตอร์ แต่หากมีหลายอุปกรณ์ใช้งานพร้อมกันหนักมากในเวลาเดียวกัน ก็อาจมีการแบ่งความเร็วรวมกันบ้างตามปกติของการใช้งานเครือข่ายทั่วไป
Q: Switch Hub กับ Router ต่างกันอย่างไร ใช้แทนกันได้ไหม?
A: ต่างกันครับ Router ทำหน้าที่จัดการสัญญาณอินเทอร์เน็ตและแจกจ่าย IP Address ให้อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ในขณะที่ Switch Hub ทำหน้าที่เพียงเพิ่มจำนวนพอร์ตเชื่อมต่อเท่านั้น ไม่สามารถทำงานแทน Router ได้ ต้องใช้ร่วมกับ Router เสมอ
Q: ต่อ Switch Hub หลายตัวพ่วงกันได้ไหมถ้าพอร์ตยังไม่พออีก?
A: ได้ครับ สามารถนำสาย LAN จาก Switch Hub ตัวแรกไปเสียบต่อเข้ากับ Switch Hub ตัวที่สองเพื่อเพิ่มพอร์ตให้มากขึ้นไปอีกได้ แต่ควรระวังไม่ให้พ่วงต่อกันหลายชั้นเกินไป เพราะอาจทำให้ความเร็วและความเสถียรของสัญญาณลดลงตามจำนวนชั้นที่เพิ่มขึ้น
